คำล้านนา

คำสอนบะเก่า
สุภาษิต หมายถึง คำพูดที่พูดออกมา ไม่ว่าจะเป็นทำนองสำนวนโวหาร หรือคำพังเพย มีเนื้อความหรือความหมายที่ดี มักเป็นคตักเตือนสั่งสอน หรือเตือนใจให้ระลึกถึงอยู่เสมอ มีอยู่ 2 ประเภท คือ
1.คำสุภาษิตประเภทที่ พูด อ่าน หรือเข้าใจเนื้อความได้ทันที โดยไม่ต้องแปลความหมาย
2.คำสุภาษิตประเภทที่ พูด อ่าน หรือฟังแล้วยังไม่เข้าใจเนื้อความนั้นในทันที ต้องนึกตรึกตรอง หรือแปลความอีกที
คำพังเพย หมายถึง กลุ่มคำที่กล่าวขึ้นมาลอยๆ มีลักษณะติชมหรือแสดงความคิดเห็นอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อเตือนให้คิด ซึ่งแต่งมาจากเหตุการณ์ต่างๆในอดีตล้านนา หมายถึง ดินแดนที่อยู่ทางภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย คือจังหวัดทั้งหมด ๙ จังหวัด ได้แก่เชียงราย เชียงใหม่ น่าน พะเยา แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ มีภาษาถิ่นคือ ภาษาล้านนา หรือ คำเมือง และคนที่อาศัยอยู่ในแดนล้านนาจะเรียกว่า คนล้านนา หรือคนเมือง
สุภาษิตล้านนา คือ คำภาษิตที่ถูกแต่งโดยคนล้านนา โดยใช้ภาษาล้านนาในการแต่ง เพื่อใช้ในการสั่งสอนคนในท้องถิ่นล้านนา โดยแต่งจากมูลเหตุต่างๆในอดีต เช่น เกิดจากธรรมชาติ เกิดจากการละเล่น เกิดการการกระทำ เกิดจากสิ่งแวดล้อม เกิดจากอุบัติเหตุ เกิดจากแบบแผนประเพณี เกิดจากศาสนา เป็นต้น
กำบ่าเก่า เป็นคำสุภาษิตพื้นบ้านของคนล้านนา ซึ่งเป็นคติสอนใจที่ชาวบ้านในท้องถิ่นได้ยึดถือ เป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวัน คำสุภาษิตจะมีทั้งที่มีคำกล่าวที่ดี และไม่ดี หากแต่มีประโยชน์ เป็นแนวทางสั่งสอน ตักเตือนให้ข้อคิดที่เป็นประโยชน์
ในปัจจุบันความเจริญทางวิทยาการ ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนล้านนา วัฒนธรรมอันดีงามบางอย่างกำลังใกล้ ที่จะสูญหายไป “กำบ่าเก่า” เองก็เช่นกันที่ใกล้จะสูญหายไปตามความงอกงามแห่งวัตถุ ลูกหลานชาวล้านนาทุกคน ควรที่จะระลึกถึงคุณค่าของวัฒนธรรมอันดีงาม ที่บรรพบุรุษได้สรรค์สร้างขึ้นมา พ่ออุ้ยแม่อุ้ยก็มักนำคำบ่าเก่ามาสอนลูกหลาน ด้วยคำสอนต่างๆ เช่น
กำค่าวกำเครือ คือคำพูดคล้องจองกันซึ่งมีหลายรูปแบบในลักษณะ ค่าว คำกลอน กาพย์หรือฉันท์เป็นต้นจะได้กล่าวดังต่อไปนี้
ยามมีฮักน้ำส้มว่าหวาน ใจ๋บ่เจยบานน้ำตาลว่าส้ม เมื่อยามมีความรักอะไรก็ดีทุกอย่าง แต่เมื่อโกรธกันน้ำตาลก็ยังมีรสเปรี้ยว
สะลิดสะลักติดต้นบ่าเกว๋น บ่ใจ้ก๋รรมเวรมันตึงบ่ได้ คนที่ไม่ใช่เป็นเนื้อคู่กันย่อมไม่ได้อยู่ด้วยกัน
ปากเปิ้นว่าแต้ ใจ๋ในบ่ต๋าม ฟู่จ๋ากำงามน้ำใสซ่วยหน้า ปากกับใจไม่ตรงกัน
ขดมาเพ้เต๊อะนั่งเมอะอิงกั๋น ใผหันจ้างมันของเฮาหล้างได้ ในเมื่อเราจะอยู่ด้วยกันแล้วไม่ต้องกลัวใครเขาจะว่า
งามแต้งามตั๊ก งามนักงามหนา เหมือนเตวดาลงมาหล่อเบ้า คนอะไร สวยเหมือนกับเทวดา นางฟ้า
คนเฮาใหญ่แล้วบ่ถ้าใผสอน จิ้งฮีดแมงจรใผสอนมันเต้น คนเราโตแล้วเรียนรู้อะไรต่างๆเอง
คนหมั่นยากไร้มีคนสงสาร คนคร้านแอวยานใผบ่ชอบหน้า คนที่ขยันแต่ทุกข์ยากมีแต่คนสงสาร คนที่ขี้เกียจทุกข์ยากไม่มีใครชอบ
จับใจ๋แฮ้งบ่แหน้นใจ๋ก๋า จับใจ๋ครูบาบ่จับใจ๋พระน้อย จิตใจของมนุษย์ไม่เหมือนกัน
เปิ้งปี้เจ็บต๊อง เปิ้งน้องเจ็บใจ๋ จ๋าเปิ้งคนใดดูใผบ่เอื้อ พึ่งใครไม่ได้แม้แต่พี่น้องของตนเอง
เยี้ยะหื้อเปิ้นฮักยากนักจักหวัง เยี้ยะหื้อเปิ้นจังกำเดียวก็ได้ การทำให้คนชอบคนรักทำได้ยากมาก แต่ทำให้เกลียดทำได้ง่าย
มหาสมุทรสุดที่ว่าลึก ยังรู้หยั่งได้เนอนาย หัวใจ๋คนนั้นลึกข้อมือปล๋าย ใผไหนจานายจักหลอนหยั่งได้ “จิตมนุษย์ไซร้ ยากแท้หยั่งถึง”
เฒ่าแก่ค้าวบ่าป้าวหัวสี จ่องใจ้มันมี ขูดใส่ข้าวต้ม คนแก่เฒ่าที่มีประโยชน์
วัวควายจ้างม้า ต๋ายแล้วเหลือหนัง กระดูกเขายัง ไว้ใจ้ก๋ารได้ มนุษย์เฮาต๋าย ใผบ่เข้าใกล้ กลั๋วจักเป๋นภัยเป๋นพิษ สัตว์ที่ตายไปแล้วมีประโยชน์กว่าคนที่ตาย
มีหนึ่งแล้ว บ่ดีแอ้มสอง ขี่เฮือน้ำนอง ซ้อนสองจั้งล้ม ให้รักเดียวใจเดียว
ปี้น้องผิดกั๋น เหมือนพร้าฟันน้ำ อย่าได้ผูกอั้นก๋รรมเวร พี่น้องที่ทะเลาะกันไม่ควรถือโทษโกรธเคืองกัน
เสียมบ่คมหื้อใส่ด้ามหนักๆ ความฮู้บ่นักหื้อหมั่นฮ่ำหมั่นเฮียน คนที่ความรู้น้อยให้ขยันเรียนหาความรู้

สุภาษิต-คำก้อมพื้นเมือง

กิ๋นหวอมๆผอมจ้อค่อ (ลักษณะคนมีโรคประจำตัวบางอย่างกินเท่าไรไม่รู้จักอ้วนท้วนแข็งแรง)
กำอู้เหมือนผีสอนที่นอนเหมือนโหม้งกระต่าย ( กำอู้อย่างผีสอน ผ่อที่นอนยังมุ้งหมา) (พูดดีพูดเก่งแต่ไม่ปฏิบัติตาม)
ของบ่กิ๋นฮู้เน่า ของบ่เล่าฮู้ลืม (ตำราหรือความรู้ที่ทิ้งไปนาน ไม่ได้ทบทวนฝึกฝนก็ทำให้ลืมได้)
ขอนบ่มีเห็ด (คนแก่ไม่มีสมบัติอะไรไว้ให้ลูกหลานได้สืบทอด)
คบแฮ้งเป๋นแฮ้ง คบก๋าเป๋นก๋า (คบคนเช่นไรย่อมเป็นคนเช่นนั้น)
จะกิ๋นก็กลั๋วผลาญ จะตานก็กลั๋วเสี้ยง (ลักษณะของคนตระหนี่ ไม่ยอมใช้จ่ายทรัพย์ที่มีเลยไม้ได้ประโยชน์จากทรัพย์นั้น
ใหญ่เพราะกิ๋นข้าว เฒ่าเพราะเกิดเมิน (คนแก่ทำตนไม่มีค่า ไม่มีความหมายต่อลูกหลาน)
ตุ้มผ้าลายหมาเห่า ค้นกำเก่าจั่งผิดกั๋น (เรื่องไม่ดีควรยุติได้แล้วถ้าขุดคุ้ยขึ้นมาอีกอาจก่อการทะเลาะวิวาทได้)
ว่าหื้อเปิ้นบ่ซวามง่อนตั๋ว (ตำหนิคนอื่นโดยไม่หันมามองดูตัวเองทั้งที่น่าตำหนิพอๆกัน)
ฮ่อมหนูหนูไต่ ฮ่อมไหน่ ไหน่เตียว (ทำอะไรตามความถนัดของใครของมันเพราะมีความรู้ความชำนาญต่างกัน)

คำสอนล้านนาน่าคิด

คำพูดคล้องจองต่อไปนี้เป็นคำที่มักพูดกันเสมอในแบบทีเล่นทีจริงเป็นคำฝากไว้ให้คิด อาจได้คติสอนใจซึ่งถือเป็นแนวปฏิบัติในส่วนที่ดีได้เช่นกัน

สุราน้ำพิษ กิ๋นแล้วเมาหาย บ่ใช่เมาดาย สตางค์ก็เสี้ยง
ฟังกำธรรมกิ๋นน้ำพริกดำกับข้าว ฟังกำขี้เหล้ากิ๋นลาบกิ๋นส้าตึงวัน
ใคร่กิ๋นนักหื้อกิ๋นเท่าปล๋ายก้อย ใคร่กิ๋นน้อยหื้อกิ๋นเท่าหัวแม่มือ
ใคร่เป๋นดีหื้อหมั่นก๊า ใคร่เป๋นหนี้เป๋นข้าหื้อเป๋นนายประกั๋น
ตุ๊ก(ทุกข์)บ่ได้กิ๋นบ่มีใผต๋ามไฟส่องต๊อง ตุ๊กบ่ได้นุ่งได้หย้องปี้น้องเปิ้นดูถูกดูแคลน
ฟังกำกิ๋นก็ฉิบหาย ฟังกำต๋ายก็ดีกิ๋น
ยามมีกิ๋นติ๊กๆ ยามบ่มีพับต๋าหยิบๆ
ยิ่งหนียิ่งฮ้าย ยิ่งย้ายยิ่งฉิบหาย(หมายถึงที่อยู่อาศัย)
เอาเมียผิดคิดจ๋นตั๋วต๋าย ปลูกเฮือนผิดคิดจ๋นเฮือนวาย
หนี้เก่าหัวเข่าคลอน
ตั๋ณหาฮักเมียเหมือนเจือกมัดคอ ตั๋ณหาฮักลูกนั้นหนอเหมือนป๋อมัดศอก ตั๋ณหาฮักทรัพย์
เก้าเหล้าสิบเหล้าบ่เท่าเหล้าเดือนเกี๋ยง เก้าเสียงสิบเสียงบ่เท่าเสียงแม่หว้าง เก้าช้างสิบช้างบ่เท่าช้างเอราวัน เก้าวันสิบวันบ่เท่าวันนี้วันเดียว
เก้าเหลี่ยมสิบเหลี่ยม บ่เต้าเหลี่ยมใบคา เก้าหนาสิบหนา บ่เต้าหนากำอู้
เก้าจ๋นสิบจ๋น อย่าได้จ๋นความคิด เก้าผิดสิบผิด อย่าได้ผิดเมียท่าน เก้ารั้นสิบรั้น อย่าได้รั้นเจ้านาย เก้าขายสิบขาย อย่าได้ขายแก่นตากิ๋น เก้าหมิ่นสิบหมิ่น อย่าได้หมิ่นประมาท เก้าขาดสิบขาด อย่าได้ขาดทำบุญ เก้าคุณสิบคุณ บ่อเต๊าคุณป่อแม่ เก้าแผ่สิบแผ่ บ่อเต๊าแผ่เมตต๋า เก้าหาสิบหา บ่อเต๊าหาความรู้ เก้าชู้สิบชู้ บ่อเต๊าเมียตั๋วเอง เก้าเกรงสิบเกรง บ่อเต๊าเกรงใจ๋ท่าน เก้าฝันสิบฝัน บ่อเต๊าฝันเป็นจริง เก้ายิงสิบยิง บ่อเต๊ายิงถูกเป้า เก้าเฒ่าสิบเฒ่า บ่อเต๊าเฒ่าคุณธรรม เก้าจ๋ำสิบจ๋ำ บ่อเต๊าจ๋ำใส่ใจ๋ เก้าใสสิบใส บ่อเต๊าใสสะอาด เก้าหาบสิบหาบ บ่อเต๊าหาบความดี เก้ามีสิบมี บ่อเต๊ามีคุณธรรม
เมื่อจะกิ่วขอหื้อกิ่วคองู เมื่อจะอูขอหื้นอูคอจ๊าง
กิ๋นของเปิ้นไว้ของตั๋ว
สอนเปิ้นไต่ขัว ตั๋วกลั๋วตกน้ำ
กิ๋นส้มบ่ดีฮาน กิ๋นหวานบ่ดีป้ำ
หันเปิ้นมีจะไปใคร่ได้ หันเปิ้นขี้ไร้จะไปดูแควน
กำกึ้ดดีขายสลีนอนสาด
คนฉลาดอย่าปะหมาดคนง่าว
คนเฮาใหญ่แล้วบ่ต้องมาสอน จิ้งหีด แมงจอน ไผสอนมันเต้น
กว๋างฟานมันตึงบ่ต๋ายเหล่าใหม่ มันตึงมาต๋ายเหล่าเก่า
ของกิ๋นลำอยู่ตี้คนมัก ของฮักอยู่ตี้คนเปิงใจ๋
ครั่งใกล้ไฟ ไขใกล้แดด
ได้ผ้าต๊วบใกล้แจ้ง
ฝนจะตกจะไปเจื้อใจ๋ดาว มีลูกสาวจะไปเจื้อใจ๋มัน
เยียะไฮ่ไกล๋ต๋า เยียะนาไกล๋บ้าน
อย่าอวดสูงกว่าป้อแม่ อย่าอวดแก่กว่าอาจารย์
กิ๋นหื้อปอต๊อง หย้องหื้อปอตั๋ว
เก็บผักหื้อเก็บตึงเครือ เก็บบ่าเขือหื้อเอาตึงขวั้น
บ่าลืมของเก่า บ่าเมาของใหม่
ใหญ่เพราะกิ๋นเข้า เฒ่าเพราะเกิดเมิน(เฒ่าเพราะปี๋เดือนวัน)
เกิดตะวา มืนต๋าตะเจ๊า จะไปฟั่งแก่เฒ่ากั๋นเลย
อย่าฮู้ก่อนหมอ อย่าซอก่อนปี่
ของกิ๋นแมวจะไปเอาไว้ใกล้ฝา ของกิ๋นหมาจะเอาไปไว้ต่ำ
กันเข้าวัดหื้ออู้คำปราชญ์ กันเข้ากาดหื้อเป็นพ่อค้า
ผ่อชายมีผญา หื้อผ่อเมื่อยามกินเหล้า
เป็นสาว เปิ้นช่างว่าฮ้าย เป็นแม่ฮ้างแม่ม่ายเปิ้นช่างดูแคลน
จับใจ๋แฮ้งบ่แน่นใจ๋ก๋า จับใจ๋ครูบาบ่เปิงใจ๋พระน้อย
ก้นหม้อบ่ฮ้อน บ่เป๋นแต่ไห มันเป๋นแต่ไฟ บ่ใจ้ก้นหม้อ
ไก่เกยจน คนเกยฟ้อน
สิบตอกมัดบ่แน่นเต้าหวาย อู้กั๋นบ่ดายบ่เต้ากิ๋นเหล้า
ปากว่าแล้วก่อแล้วตึงใจ๋ ปากว่าจะไดใจ๋ว่าจะอั้น
ปากว่าแต๊น้ำใจ๋บ่ต๋าม อู้เอางามน้ำใสซ่วยหน้า
จังไผจะไปฮื้อเปิ้นฮู้ เจ้าชู้จะไปฮื้อเปิ้นหัน
นาดีเปิ้นบ่ละเป๋นฮ้าง
นุ่งเสื้อลายหมาเห่า ค้นกำเก่าจ้างผิดกั๋น
หลัวหลวง เติ้กก้อนเส้า ผัวเฒ่าเติ้กตี้นอน
เว้นหมาหื้อปอศอก เว้นวอกหื้อปอวา
เก็บผักลวดหักหลัว ตกขัวลวดอาบน้ำ
แก่นต๋าตั๋วควักออก เอาบ่ากอกเข้ายัด
แก้วแหง แสงแตก สะแหรกปุด สุดขาด สาดหิ้น ของเหล่านี้ ใจ๊ก่อบ่ได้
กำปากว่าแต้ ใจ๋แผ่ไปหลาย ปากว่าบ่ดาย ใจ้ก๋ารบ่ได้
กันว่าจะมัด บ่ต้องมัดด้วยป๋อ กำปากกำคอมัดกั๋นก็ได้
กันว่าจะมัด บ่ต้องมัดด้วยหวาย อู้กั๋นบ่ดายบ่เต้ากิ๋นเล้ว
ไก่เจ้าเล้า เป๋นใจ๋เห็น
กำจ่มกำด่านั้นเป๋นกำดี ถ้าฟังบ่ถี่มันตึงบ่ม่วนหู
กำขอแปงเหลือกำซื้อ กำลือแปงเหลือกำอู้
ข้าเก่าเต่าฮ้าย เสือควายมีเขา จั๊กเข็บแมงเวา เลี้ยงไว้บ่ได้
ข้ามขัวบ่ป้น บ่ดีฟั่งห่มก้นแยงเงา
ข้าวลีบงวงตั้ง ข้าวเต้งงวงก๊อม
ของกิ๋นบ่มักบ่จ้างขับจ๋ำ ของกิ๋นบ่ลำบ่จ้างก๋ำป้อน
ขี้แห้งจับต๋าหมา
ดาวเดือนอยู่ฟ้า ยังมีราหู ปลาเหยี่ยนอยู่ฮู ยังต๋ายถูกส้อม
ปี้จายกับน้องเมีย เหมือนต๋าเพี้ยกับแมงพิ้ง
ไปบ่มีไผดา มาบ่มีไผต้อน
ถ่านไฟเก่า ขี้เต้ามันยัง
ได้กิ๋นแก๋งปล๋า มาละแก๋งจิ๊น มาละหีบหิ้งหมองดาย
หมาบ่เห่าบ่ดีเปี๋ยไม้ ละอ่อนบ่ให้บ่ดีปั๋นเข้าหนม
หมาบ่เห่าจะไปหลอก คนหัววอกจะไปคบมัน
อยู่ดงป่าไม้ จะไปต้าเสือ อยู่ยังแปเฮือ จะไปต้าเงือก
เสียมบ่คมหื้อใส่ด้ามหนัก ๆ กำฮู้บ่นักหื้อหมั่นฮ่ำหมั่นเฮียน
หนุ่มเอาเก๊า เฒ่าเอาปล๋าย
หันสาวก่ใครหยอก หันดอกก่ใคร่ดม
หล็วกคนเดียว บ่เต้าง่าวตึงหมู่
ตอกสั้น ฮื่อมัดตี้กิ่ว สิ่วสั้นฮื่อสิ่วไม้บาง
มีนึ่งแล้วจะแอมแถมสอง ขี่เฮือน้ำนองซ้อนสองจั้งล่ม
ใจ๋บ่ แข็ง บ่ ได้ขี่จ๊างงา ใจ๋บ่ กล้า บ่ ได้เป๋นป้อเลี้ยง
คนเฒ่าปากหวาน ลูกหลานฮัก คนเฒ่าปากนัก ลูกหลานจัง
ตั๋วเป๋นผะญาต ต้องล่นหาหมอ ตั๋วเป๋นจ้างซอ ต้องง้อหาปี่
ฟังกำเมีย จั้งเสียปี้เสียน้อง ฟังกำปากกำฟ้อง เสียเปื้อนบ้าน
สิบเถี่ยนพร้า บ่ เต้าห้าคมขวาน
หลานสิบคน บ่ เต้าลูกเต้า
คนจะดี มันตึงดีแต่ผ้าอ้อมป้อก คนจะวอก ผมหงอกก่ ตึงบ่าดี
ต๋าหันดาย เหมือนควายหันหญ้า ผัดไปมาแวดฮั้ว
ยามฮัก ส้มจักว่าหวาน ใจ๋บ่ เจยบาน น้ำต๋าลว่าส้ม
ไม้ก๊ด ใจ๊แป๋งขอ เหล็กงอ ใจ๊แป๋งเคียว คนก๊ดอย่างเดียวแป๋งหยังบ่ได้
ไค่ขี้ล่นหาขอน ไค่นอนล่นหาสาด
ข้าวบ่ได้ตาก ต๋ำปึก คนหลึกมันตึงสอนยาก

คำสอนบ่าเก่าพร้อมแปลความหมาย

จิกปิกไหนก่อป้อ จ้อหว้อไหนก่อ ขวัก หมายถึง คนที่เห็นแก่ตัว เอาเปรียบผู้อื่น
กิ๋นข้าวงายแล้วนอน กินข้าวตอนแล้วแอ่ว แอ่วๆแหวงๆปิ๊กมากินน้ำแกงถ้วยเก่า หมายถึง ถ้าเอาแต่กิน นอน เที่ยว ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น
กิ๋นข้าวแล้วนอน ผีปั๋นปอนวันละเจ็ดเตื้อ หมายถึง คนที่ใช้ชีวิตแบบกินๆนอนๆ ไม่รู้จักออกกำลังกาย มักมีโรคภัยไข้เจ็บอยู่เสมอๆ
กิ๋นข้าวหื้อไว้ต่าน้ำ หมายถึง ทำอะไรให้รู้จักพอประมาณ
กิ๋นแล้วหื้อเก็บ เจ็บแล้วหื้อจำ หมายถึง ให้รู้จักเก็บและจดจำประสบการณ์และสิ่งที่เคยทำมาเอาไว้
กิ๋นหวอมหวอม ผอมจ้อค่อ หมายถึง ทุ่มเททำอะไรลงไปแล้วไม่มีอะไรดีขึ้น กิ๋นหื้อปอต๊อง หย้องหื้อปองาม หมายถึง การกินการอยู่ต้องรู้จักพอประมาณ
เกิดเป็นคนขึ้นห้วยหื้อสุด ขุดฮูไหนหื้อตึก หมายถึง ถ้าจะทำงานอะไรต้องทำให้ถึงที่สุด
เก็บผักผลไม้ บ่ดีเก็บไกล๋ เก็บต๋มตัวคันได ปอแก๋งปอนึ้ง
หมายถึง การทำงาน ทำมาค้าขาย อย่าโหมงานหนักจนเกินกำลัง จงทำแต่พอเหมาะพอควรกับพละกำลัง
เก็บผักหื้อเอาตึงเครือ เก็บบ่าเขือหื้อเอาตึงขวั๊น หมายถึง ทำอะไรให้เรียบร้อย อย่าเอาเฉพาะส่วนที่มีประโยชน์แล้วทิ้งส่วนอื่นที่ไม่จำเป็นไว้
ข้ามขัวยังบ่ป้น จะไป๋ฟั่งห่มก้มแยงเงา หมายถึง ทำอะไรยังไม่สำเร็จอย่าเพิ่งโอ้อวด
จะนั่งหื้อผ่อตี้ จะหนีหื้อผ่อก้น หมายถึง เวลาจะทำอะไรต้องเป็นคนรอบคอบ
โจรปล้นยังเหลือเฮือนไว้ ไฟไหมยังเหลือตี้ดิน แต่การพนันมันกิ๋น บ่มีดินจักอยู่ หมายถึง โจรปล้นยังเหลือบ้านไว้ ไฟไหม้ยังเหลือที่ดิน แต่การพนันทำให้แม้แต่ที่ดินก็ไม่เหลือ
ดั๊กจื้อกื้อ เหมือนลื้อฟังธรรม หมายถึง อาการนึ่งเงียบไม่พูดไม่จา
ดำน้ำหื้อถึงทราย นอนหงายหื้อมันเห็นฟ้า หมายถึง ทำอะไรให้ทำจริงจัง
ตุ้มผ้าลายหมาจ้างเห่า ค้นกำเก่าจ้างผิดหัวกั๋น หมายถึง การขุดคุ้ยเรื่องเก่าๆที่เคยบาดหมางกันมาพูด มักเป็นต้นเหตุให้ทะเลาะกัน
บ่ดีตี๋กลองแข่งฟ้า บ่ดีขี่ม้าแข่งต๋าวัน หมายถึง อย่าทำอะไรให้เกินกำลังความสามารถของตัวเอง
บ่ตันนั่งจะไปฟั่งคู้เข่า ควายบ่ตันเน่าจะไปฟั่งปาดจิ้น หมายถึง ทำงานไม่เสร็จอย่าเพิ่งคุยโม้
ไปก๋ารเมื่อตอน ดีกว่านอนวันค่ำ หมายถึง ไปทำงานสาย ยังดีกว่าเอาแต่นอนไม่ทำงาน
ยามมีกิ๋นติ๊กๆ ยามบ่ะมีพับต๋าหยิบๆ หมายถึง คนที่เวลามั่งมีก็กินเอาๆ เมื่อยามจน ก็มานั่งทำตาปริบๆ เพราะไม่มีจะกิน
เยี๊ยะการเอ็นยาน หมายถึง คนที่ขี้เกียจ ทำงานแบบขอไปที
วัดหัวลูบง่อน หมายถึง คนที่ทำความเจ็บช้ำให้คนอื่นแล้วในภายหลังก็มาขอโทษ
อย่าฮู้ก่อนหมอ อย่าซอก่อนปี่ หมายถึง อย่าทำอะไรที่มันไม่ถูกกาลเทศะ
อู้หื้อเปิ้นฮัก ยากนักจักหวัง อู้หื้อเปิ้นจัง คำเดียวก็ได้ หมายถึง การพูดให้เขารักนั้นยาก แต่การพูดให้เขาเกลียดชังนั้นง่าย
กำกึ๊ดดี เหล็กจีย่อมเป๋นพร้าโต้ กำกึ๊ดขี้โล้ พร้าโต้ย่อมเป๋นเหล็กจี หมายถึง ถ้ามีความคิดดีก็สามารถทำสิ่งเล็กน้อยเป็นสิ่งที่มีคุณค่าได้ แต่ถ้ามีแต่ความคิดไร้แก่นสารก็สามารถทำให้ของที่มีค่าก็กลายเป็นของด้อยค่าได้
กึ๊ดว่าตั๋วหล๊วกคือคนง่าว กึ๊ดดว่าตั๋วง่าวคือคนหล๊วก หมายถึง คนที่อวดรู้อวดฉลาดคือคนโง่ เพราะคนฉลาดมักอ่อนน้อมถ่อมตน
กึ๊มงึ๋มดื่มใน น้ำบ่ไหลเจี้ยวปี๊น หมายถึง คนที่เงียบขรึมแต่เวลาทำอะไรนั้นจะเอาจริงเอาจัง
เกิดเป๋นคนหื้อมืนตากว้างๆ ผ่อหนตางไปไกล๋ๆ หมายถึง คนเราต้องมองการณ์ไกล พิจารณาสิ่งต่างๆ ให้รอบคอบ
แก่นตาควักออก เอาบ่ากอกเข้ายัด หมายถึง ของมีค่าอยู่กับตนไม่รู้จักใช้ แต่ไปหาสิ่งไร้ค่ามาแทน
ของกิ๋นลำอยู่ตี้คนมัก ของฮักอยู่ตี้คนเปิงใจ๋ หมายถึง ความพึงพอใจของแต่ละบุคคล ไม่สามารถบังคับกันได้
ขี้โลภปันเสีย ขี้เหลือปันได้ หมายถึง คนโลภมักจะเสียของ คนไม่โลภมักจะได้ทรัพย์
คนจะดี ตึงดีเมื่อผ้าอ้อมปอก คนจะวอก มันตึงวอกต๊าวต๋าย หมายถึง คนดีก็จะดีตั้งแต่แรก คนโป้ปดมดเท็จ มันก็เป็นแบบนั้นไปตลอด
คนหมั่น ยากไร้ มีคนสงสาร ขี้คร้านแอวยาน ไผบ่ผ่อหน้า หมายถึง คนขยันหมั่นเพียร แม้ยากไร้ ก็มีคนสงสาร คนขี้เกียจสันหลังยาว ไม่มีใครสนใจ
คนอู้ได้ปากนัก อมแพะเต็มปากยังบ่ฮู้ตัว หมายถึง การห้ามคนพูดมากให้หยุดพูดเป็นการยาก
คนเฮามนุษย์ อย่าไปหัวแข็ง หื้อร่ำเปิดแยง ต๋ามธรรมพระเจ้า หมายถึง อย่าทำเป็นคนหัวแข็งดื้อด้านว่ายาก สอนยาก
ใคร่ขี้ล่นหาขอน ใคร่นอนล่นหาสาด หมายถึง คนที่อยู่ไปวันๆอย่างไม่มีความกระตือรือร้น ถึงเวลาจำเป็นจึงจะเตรียมตัว
เฒ่าหัวเฒ่าหาง ตางกลางยังบ่เฒ่า หมายถึง คนแก่ที่แก่แต่ตัวหัวใจไม่ยอมแก่
ตกต๋าเปิ้นเป๋นดีใคร่หัว ตกต๋าตัวเป๋นดีใคร่ไห้ หมายถึง อย่าหัวเราะเยาะเมื่อผู้อื่นทำพลาด เพราะเมื่อเราทำพลาดเราก็จะถูกหัวเราะเยาะเช่นกัน
ตางไปวัดหมอง ตางไปหนองเหลี้ยม หมายถึง คนที่หลงผิดจนยากจะเห็นธรรม
ต๋าอยู่หน้า ผ่อหน้าบ่หัน หมายถึง ความบกพร่องของคนอื่นนั้น เรามองเห็นได้ชัด แต่ความบกพร่องของตนแล้วมักจะมองไม่เห็น
เปิ้นว่าเสือ ตั๋วว่าพระเจ้า บ่ดีเน้อปี้น้อง หมายถึง สิ่งที่คนอื่นมองว่าไม่ดี แต่เรากลับมองว่าดี
มนุษย์ลุ่มฟ้า โลกหล้าใจ๋เหลียว เลิกเจ้นข้อมือเดียว ไผหลอนหยั่งได้ สมุทรกงกา แม่น้ำต่ำใต้ จักเลิ๊กเปียงใด หยั่งตึ๊ก หมายถึง มนุษย์ที่อาศัยอยู่บนโลกนี้น้ำใจลึกเพียงองคุลีเดียว แต่ไม่มีใครจะหยั่งน้ำใจได้
มีลูกมีหลานอย่าไปถามฆ่า มีจ๊างมีม้าอย่าไปถามฟัน หมายถึง อย่าเป็นคนใจคอโหดร้ายทารุณ
เมื่อป้อแม่มี กิ๋นขว้างโบ๊ะขว้างบ๊ะ ป้อแม่ตายละ เป๋นบ่าห่อยนอยจา หมายถึง คนที่ยามที่พ่อแม่อยู่นั้น ชอบกิ้นทิ้งขว้าง ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เมื่อพ่อแม่ตายไป ก็ไม่มีเงิน ไม่มีที่อยู่
เลี้ยงหมาหวังไว้กิ๋นดูก เลี้ยงลูกหวังไว้กิ๋นแฮง ปลูกเต้าปลูกแต๋งหวังไว้กิ๋นหน่วย หมายถึง เราทำการอะไรไว้ก็ย่อมหวังผลตอบแทนเป็นธรรมดา เหมือนเลี้ยงหมาไว้ให้มันแทะกระดูกวัวกระดูกควาย เลี้ยงลูกก็หวังไว้ให้ช่วยแรงงาน เหมือนเราปลูกแตงหวังกินลูกกินผลของมันฉันใด คนเราทำอะไรก็ต้องหวังผลเช่นนั้น
สอนเปิ่นไต่ขัว แต่ตั๋วตกน้ำ หมายถึง คนที่มักจะเที่ยวสั่งสอนผู้อื่นแต่ตัวเองกลับทำพลาดเสียเอง หรือทำแบบนั้นไม่ได้
สิบมื้อซื้อวัน บ่ตันได้กิ๋น เจ๊าก็ว่างาย ขวายก็ว่าฮ้อน หมายถึง คนที่มัวแต่หาข้ออ้างอยู่อย่างนั้น ไม่ยอมทำงาน
หนังแห้งบ่เคยพอง หมายถึง คนที่ตกยากมานาน พอได้ดีมักจะลืมตัว
เอาคนอื่นเป๋นดีไปตางหน้า ละป้อแม่ไว้เป๋นหย่อมหญ้าอยู่ตางหลัง หมายถึง คนที่ไปได้ดิบได้ดี หรือไปเป็นคนมีทรัพย์สมบัติบริวารเจริญงอกงามไพบูลย์ แต่ละทิ้งพ่อแม่โดยไม่แลเหลียว
ก้นหม้อบ่ฮ้อน บ่เป็นแต่ไห มันเป็นแต่ไฟ บ่าใจ้กับหม้อ (อย่าด่วนตัดสิน สาเหตุของปัญหา ควรพิจารณาให้รอบคอบเสียก่อน)
กบไกล้ปากงู หนู้ใกล้บอกไม้ ชิ้นเกลือดังแมว (ชายหญิงที่อยู่ใกล้ชิดกันมาก ย่อมยากที่จะหักใจ)
กล้วยคาง่าม ง่ามคากล้วย ( คนเราต้องพึ่งพาอาศัยกัน)
กิ๋นแล้วหื้อเก็บ เจ็บแล้วหื้อจำ (ให้รู้จักเก็บและจดจำประสบการณ์เอาไว้)
กิ๋นหวอม ผอมจ้อค่อ (ทุ่มเททำอะไรลงไปแล้วไม่มีอะไรดีขึ้น)
เก็บผักหลวดหักหลัว ตกขัวหลวดอาบน้ำ (รู้จักใช้ประโชชน์ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์จะไม่เสียเวลา)
เก็บผักหื้อเอาตึงเครือ เก็บบ่าเขือหื้อเอาตึงขวั๊น (ทำอะไรให้เรียบร้อย อย่าเอาส่วนที่มีประโยชน์แล้วทิ้งส่วนอื่นไว้ )
เกิดเป็นคนขึ้นห้วยหื้อสุด ขุดฮูไหนหื้อตึก (ทำให้ถึงที่สุด )
แก่นตาควักออก เอาบ่ากอกเข้ายัด (ของมีค่าอยู่กับตนไม่รู้จักใช้ แต่ไปหาสิ่งไร้ค่ามาแทน)
แก่เพราะกิ๋นข้าว เฒ่าเพราะเกิดเมิน ( คนสูงอายุที่มีคุณค่าสมกับวัย)
ไก่เกยจน คนเกยฟ้อน (ตนที่มีประสบการณ์ย่อมย่อมทำงานที่เคยทำมาแล้วได้)
ของกิ๋นลำอยู่ที่คนมัก ของจักฮักอยู่ที่เปิงใจ (อะไรดีไม่ดีอยู่ที่ใจ)
ขอนบ่มีเห็ด ไผตึงบ่เข้าไกล้ ( สิ่งที่ไม่มีประโยชน์ย่อมไม่มีใครสนใจ)
ข้ามขัวยังบ่ป้น อย่าฟั่งห่มกันแยงเงา ( ทำอะไรยังไม่สำเร็จอย่าเพิ่งโอ้อวด)
ขี้ควายไหลตวยน้ำ (โลเล ไม่แน่นอน)
คนง่าวบ่มี คนผะหยาดีก็ง่อม ( เป็นธรรมดาความโง่ความฉลาดเป็นคู่กัน)
คนใบ้ใช้หลายเตื่อ ( คนโง่ต้องใช้หลายครั้ง)
คนอู้ได้ปากนัก อมแพะเต็มปากยังบ่ฮู้ตัว (ยากนักที่จะห้ามคนพูดมากให้หยุดพล่าม)
คนเฮาใหญ่แล้ว บ่ถ้าไผสอน จิ๊หีดแมงจอนไผสอนมันเต้น (คนเรามีสามัญสำนึกรู้ชอบชั่วดีเอง ไม่ต้องรอให้คนสอน)
คิดว่าตั๋วหล๊วกคือคนง่าว คิดว่าตั๋วง่าวคือคนหล๊วก (อวดรู้อวดฉลาดคือคนโง่ คนฉลาดมักอ่อนน้อมถ่อมตน)
จ๊กกล่องเข้า จุ๊หมาเฒ่าแกว่งหาง (สาวหลอกชายแก่ให้หลงรัก)
จิ้นบ่เน่าหนอนบ่จี คำบ่มีเขาบ่ว่า (ถ้าไม่มีเหตุคงไม่มีผล)
เฒ่าหัวเฒ่าหาง ตางกลางยังบ่เฒ่า ( แก่แต่ตัวหัวใจไม่ยอมแก่)
ตกต่าเปิ้นเป็นดีไคร่หัว ตกต่าตัวเป็นดีใคร่ไห้ ( อย่าหัวเราะเยาะผู้อื่น)
ตูบน้อยไผว่าบ่มีผี คนงามคนดีไผว่าบ่มีเจ้าของ ( คนดีย่อมเป็นที่ปราถนาของผู้อื่น)
ปลาแห้งไกล้แมว แมวบ่กิ๋นแมวง่าว สาวใกล้บ่าว บ่าวบ่าหยุบก็ซวาม (อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน)
เผื่อฮุ้คิง น้ำปิงปอแห้ง (รู้ตัวอีกที่ก็สายไปแล้ว)
อู้กับคนใบ้ เหมือนผ่าไม้ตั๊ดต๋า อู้กับคนมีผญา เหมือนผ่าไม้โล่งปล้อง (พูดกับคนไม่มีความคิด เหมือนเอามีดไปผ่าตรงตาไม้ พูดกับคนมีสติปัญญา เหมือนผ่าไม้ไผ่)
ปากเป๋นธรรม ใจ๋ดำ เหมือนหมิ่นหม้อ มีควาหมายเดียวกับคำว่า “มือถือสาก ปากถือศีล” นั่นเอง
ตุ้มผ้าลาย จ่างหมาเห่า อู้กำเก่า จ่างผิดกั๋น (ห่มผ้าลาย สุนนัขมักจะไล่เห่า พูดเรื่องเก่าๆ มักจะทะเลาะกัน) สุภาษิตนี้ เตือนสติ ระวังไม่ให้ขุดคุ้ยเรื่องเก่าๆ ที่เคยทำให้เจ็บช้ำน้ำใจกันมาก่อน เพราะมักจะทำให้ทะเลาะขึ้นมาได้อีก
คนเฮาใหญ่แล้ว บ่ถ้าไผสอน จิ๊ฮีดแมงจอน ไผสอนมันเต้น (คนเราโตๆกันแล้ว ไม่ต้องรอให้ใครมาสอน จิ้งหรีด แมงกระชอน ใครสอนมันกระโดด) สุภาษิตนี้ มีความหมายเป็นไปทำนองที่ว่า อะไรดี อะไรไม่ดี ก็ควรรู้อยู่แก่ใจ อย่าต้องรอให้ใครมาบอกมากล่าว เช่นเดียวกับจิ้งหรีด ที่แม้จะไม่มีใครสอนมันมันก็กระโดดได้เอง
คนแก่แล้วบ่ต้องมีไผมาสอน ไม้ขอนนอนมันตึงบ่ตั้ง (คนแก่แล้ว อย่าให้ใครสอนเลย ขอนไม้นอน มันก็ไม่ตั้ง) มีความหมายเดียวกับคำว่า “ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก”
ไม้บ่เนิ้ง เผิ้งบ่ต๋อม แมวบ่งอม หมาบ่ญี่เขี้ยว (โพลงไม้ไม่เหมาะสม ผึ้งไม่มาทำรัง แมวไม่ฟองขน สุนัขไม่แยกเขี้ยว) สุภาษิตนี้มีความหมายว่าตรงกับคำว่า “ไม่มีมูลฝอย สุนัขไม่ขี้” หมายถึง เพราะมันมีเหตุ มันจึงมีผลตามมา
ปี่น้องผิดกัน เหมือนพร้าฟันน้ำ อย่ากำผูกหมั้น ทือเวร เปอะเปิกนั้น น้ำหากพาเป็น เอาน้ำใสเย็น ซ่วยเหียจิ่งเสี้ยง พี่น้องผิดกัน เหมือนเหล็กขี้เหมี้ยง เต็มฝนแล้วหาก ทึงมี เจ้าน้องรัก จุ่งอดขันตี หื้อแปงใจดี เหมือนน้ำทั้งห้า (พี่น้องทะเลาะกัน เหมือเอามีดพร้าไปฟันน้ำ อย่าได้ผูกเวรต่อกัน คราบโคลนที่เกิดจากน้ำ เอาน้ำใสเย็น ล้างออกเสียก็หมดไป พี่น้องทะเลาะกัน ก็เหมือนเหล็กขึ้นสนิม แม้จะฝนออกไปแล้ว ก็จะกลับมาเป็นสนิมได้อีก เจ้าน้องรัก จงอดทน แล้วทำใจดี ให้เหมือนแม่น้ำทั้งห้าเถิด) สุภาษิตนี้มีความหมายว่า พีน้องทะเลากัน ก็เหมือนเอามีดพร้าไปฟันน้ำ ฟันแล้ว ไม่ทิ้งรอยเอาไว้ จึงอย่าได้ผูกใจเจ็บเก็บเอาไว้ต่อไปเลย โคลนนั้น เอาน้ำล้างก็ออก หมายถึงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรที่จะให้อภัยต่อพี่น้องของตน เหล็กเป็นสนิมนั้น ฝนออกแล้ว ยังๆไงมันก็กลับมีขึ้นมาอีก หมายถึง พี่น้องทะเลาะกัน มันเป็นเรื่องธรรมดาๆ เป็นของคู่กัน เช่นเดียวกับสนิมและเหล็ก จึงขอให้มีความอดทน ทำใจดี ให้เหมือนแม่น้ำทั้งห้าเอาไว้เสีย (คือปัญจมหานทีห้าสายตามคัมภีร์ อันประกอบด้วย คังคา ยมนา อจิรวตี สรภู มหิ)
คบคนบ่ดีมักมีโต่ด คบคนขี้โขด มักเสียของ (คบคนนิสัยไม่ดี มักมีเรื่องเดือดร้อน คนคนขี้โมโห มักมีเรื่องให้เสียทรัพย์)
นกบ่บินจะไปกำปีกมันอ้า งัวควายบ่กิ๋นหญ้า จะไปตกเขามันลง (นกไม่อยากบิน อย่าได้จับมันกางปีก วัวควายไม่อยากกินหญ้า อย่าไปกดเขามันลง) สุภาษิตนี้ มีความหมายว่า อย่าไปบังคับฝืนใจคนอื่น ให้ทำตามอย่างที่เราต้องการ เพราะมันไม่เกิดประโยชน์อะไร
บ่ดีหลัวกก่อนหมอ บ่ดีซอก่อนปี่ (อย่าอวดฉลาด ก่อนผู้รู้ อย่าสีซอขึ้น ก่อนปี่จะโหมโรง) สุภาษิตนี้ เตือนสติว่า อย่าทำอะไรที่มันไม่ถูกกาละเทศะ
บ้านบ่มีฮั้ว หัวบ่มีผม นมบ่มีเต้า เข้าหนมบ่มีใส้ มันบ่เปิง (บ้านไม่มีรั้ว หัวไม่มีเส้นผม นมไม่มีเต้า ขนมไม่มีใส้ มันไม่เหมาะสม) สุภาษิตนี้มีความหมายว่า การทำอะไรๆนั้น แค่ทำให้สำเร็จยังไม่พอ แต่จะต้องทำให้ดี และเหมาะสมกับสิ่งที่ทำตามสมควรด้วย เหมือนกับบ้านถึงไม่มีรั้ว ก็อาศัยอยู่ได้ แต่ควรจะมีดีกว่า เพื่อป้องกันการบุกรุก ป้องกันโจรขโมยได้ในระดับหนึ่งฯลฯ หรืออย่างเช่นเรียนกฎหมาย แต่ไม่มีประมวล ก็เรียนได้ แต่ควรจะมีดีกว่า อย่างนี้ เป็นต้น…
แม่ฮ้างสามผัว งัวสามกาด ขะโยมฮาดสามวัด (หญิงม่ายสามผัว วัวสามตลาด มักกะทายกสามวัด) มีความหมายเดียวกับสุภาษิตที่ว่า “ข้าสามเจ้า บ่าวสามนาย ชายสามโบสถ์ หญิงโสดสามผัว ขรัวสามศึก” หมายถึงลักษณะของคนที่ไม่น่าไว้ใจหญิงม่ายสามผัว คือผู้หญิงที่ผ่านการมีสามีมาแล้วสามครั้ง ย่อมไม่เป็นที่น่าไว้ใจ เพราะเธอต้องมีข้อเสียอะไรบางอย่างที่ทำให้สามีทั้งสามคนเธอ อยู่ด้วยไม่ได้ จนหนีไปจนหมด…วัวสามตลาด คือวัวที่ผ่านการขายต่อๆกันมาแล้วสามตลาด ย่อมไม่เป็นที่น่าไว้ในใจ เพราะวัวตัวนั้นย่อมมีตำหนิอะไรบางอย่าง จนพ่อค้าที่รับซื้อคนแรกต้องอามาขายต่อ และตกทอดมาจนถึง 3 ตลาด…และมักกะทายกที่เคยอยู่วัดมาแล้วสามวัดก็ย่อมไม่น่าไว้วางใจ เพราะต้องมีควาามประพฤติอะไรที่ไม่ชอบมาพากล จนทำให้ถูกขับออกจากวัดมาแล้วถึงสามวัด…
คนจะดี ดีเมื่อผ้าอ้อมปอก คนจะวอก มันตึงวอกต้าวต๋าย (คนจะดี ก็ดีตั้งแต่เป็นเด็กๆ คนจะโป้ปดมดเท็จ มันก็เป็นแบบนั้นไปจนวันตาย…)
คนใบ้ได้จ๋า หม้อแก๋งหนา ได้เดือน มันเมิน (คนใบ้ จะได้พูด หม้อแกงหนาๆ น้ำจะเดือน มันช้า…) มีความหมายเดียวกับคำว่า “กว่าถั่วจะสุก งาก็ไหม้”
มีดจะบั้งจะเสียก็ย้อนไม้เป๋นต๋า คนจะเสียผญา ก็ย้อนเปื่อนปาเข้าวงเหล้า (มีดจะบิ่น จะพัง เพราะฟันตรงตาไม้ คนจะเสียสติปัญญา ก็เพราะเพื่อนพาเข้าวงเหล้า)
ใคร่มีเงินนัก หื้อปลูกผักไว้กิน ใคร่เป๋นหนี้สิน หื้อเอาตึงแป๊ะ ตึงยืม (อยากมีเงินเยอะๆ ให้หมั่นปลูกผักไว้กินเอง อยากเป็นหนี้สิน เอาทั้งเชื่อ เอาทั้งยืม…)
ถึงเป๋นเจ้าจ้างมหาเศรษฐี หากยะบ่ดี ไผบ่อวดอ้าง (ถึงจะเป็นมหาเศรษฐี หากทำตัวไม่ดี ก็ไม่มีใครสรรเสริญ)
คนหลั๊วกอยู่ตี้เก่า บ่เต้าคนง่าวเตียวตาง , หลั๊วกคนเดียว บ่เต้าง่าวตึงหมู่ (คนฉลาดอยู่ที่เดิม มิสู้คนโง่เขลาเดินถนน , คนฉลาดคนเดียว มิสู้คนโง่หลายๆคน) สุภาษิตนี้มีความหมายว่า 1. คนฉลาดที่ไม่ทำงานทำการอะไรเลย สู้คนโง่ที่ขยันหมั่นเพียรไม่ได้…2. คนฉลาดแต่ต้องทำงานคนเดียว สู้คนโง่ที่งานกันเป็นหมู่คณะไม่ได้…
ตางไปวัดหมอง ตางไปหนองเหลี้ยม (ทางไปวัดหมอง ทางไปหนองสะอาดหมดจด) สุภาษิตนี้ ใช้เปรียบเทียบกับ คนที่หลงผิดจนยากที่จะเห็นทางธรรม
สิบเถี่ยนพร้า บ่เต่าคมขวาน หลานสิบคน บ่อเต่าลูกเต้า สิบลูกเต้า บ่เต่าผัวฮักเมียแปง (คมมีดพร้าสิบเล่ม ไม่เท่าคมขวานเล่มเดียว มีหลานสิบคน ไม่เท่ามีลูกในใส้คนเดียว มีลูกสิบคน ไม่เท่ามีสามี-ภรรยา คู่ทุกข์คู่ยาก)
จั๊บใจ๋แฮ้ง บ่แหน้นใจกา จั๊บใจครูบา บ่จั๊บใจพระน้อย ,จั๊บใจ๋แฮ้ง บ่แหน้นใจกา จับใจหมอยา พยาธิบ่สู้ ,,จั๊บใจ๋งู บ่จูใจ๋เขียด จับใจ๋เปี๊ยด บ่จั๊บใจ๋ไม้กาน,,จั๊บใจ๋หลาน ทรมานใจ๋อุ้ย จั๊บใจฝ่อเซิ้ง บ่เปิงใจ๋ฝ่อเงี้ยว,,ภาษิตโบราณ “จับใจแฮ้ง บ่อแหน้นใจกา จับใจครูบา บ่จับใจพระน้อย” เป็นภาษิตที่ใช้สั่งสอนให้มีคุณธรรม รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา รู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น เป็นคำโบราณพื้นบ้านของนาหมื่น “จับใจแฮ้ง บ่อแหน้นใจกา จับใจครูบา บ่จับใจพระน้อย” มีความหมายว่า ความพอใจของอีแร้ง ไม่เป็นที่พอใจ หรือถูกใจอีกา ถูกใจครูบา หรือผู้เฒ่าผู้แก่ แต่ไม่ถูกใจสามเณรน้อยทั้งหลาย คำโบราณนี้ เป็นเครื่องเตือนใจ สอนให้รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา รู้จักเห็นใจผู้อื่น ไม่ทำอะไรที่เป็นที่ข่มเหงจิตใจ ทำร้ายน้ำใจผู้อื่น หรือ ถ้ารักใครก็ทำดีต่อผู้นั้น ชังหรือไม่ชอบหน้าใครก็ไม่ควรทำให้ผู้นั้นเดือดร้อน หรือมีอคติต่อผู้อื่น ควรจะดำรงตนอยู่ในหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า เป็นคุณธรรมเบื้องสูงที่ทำให้การอยู่ร่วมกันเป็นไปอย่างราบรื่น
ย่ะก๋ารคนเดียว เหมือนจะต๋าย ย่ะก๋ารหลายคนเหมือนเหล้น (ทำงานคนเดียว เหมือนจะเป็นจะตาย ทำงานหลายคนเหมือนเล่นกัน) หมายถึง ทำงานหลายคนย่อมสนุกกว่าการทำงานคนเดียว…
กิ๋นเข้า หื้อไว้ต่าน้ำ ศัพท์ เข้า หมายถึง ข้าว ต่าน้ำ หมายถึง เผื่อน้ำ “กินข้าวให้เผื่อน้ำ” เป็นสุภาษิตที่สอนในเรื่องการกินการอยู่ หรือการทำงานควรทำแต่พอดี ไม่มากหรือน้อยเกินไป
เก๊ามันเต้าเหล้มเข้ม ปล๋ายมันเต๋มแม่น้ำ ศัพท์ เหล้มเข็ม หมายถึง เข็มเป็นเล่ม “โคนมันเท่าเข็ม ปลายมันเต็มแม่น้ำ” กล่าวถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่ถูกขยายให้มีความมากเกินความเป็นจริง มากเรื่องมากความไม่รู้จักจบสิ้น กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตขึ้นมาได้
กำบ่มีไผบ่ว่า นกจับปล๋ายคา บ่ตั๋วปู๊ก่อตั๋วแม่ ศัพท์ คา หมายถึง หลังที่ทำจากใบคา ตั๋วปู๊ หมายถึง ตัวผู้ ตั๋วแม่ หมายถึง ตัวเมีย “เรื่องราวไม่มีมูลความจริง ไม่มีใครพูดถึง นกเกาะหลังคา ไม่เป็นตัวผู้ก็เป็นตัวเมีย” เป็นสุภาษิตที่กล่าวถึงว่าเรื่องราวที่นำมาพูดกันใหญ่โตนั้นถึงจะไม่เป็นความจริงทั้งหมด แต่ก็มีเนื้อความอยู่บ้างไม่มากก็น้อย ตรงกับสุภาษิตภาคกลาง “ไม่มูลหมาไม่ขี้”
กำปากว่าไป เอาตี๋นย่ำไว้ ศัพท์ กำปาก หมายถึง คำพูด ย่ำ หมายถึง เหยียบ “พูดไปเรื่อย ๆ เอาตีนเหยียบไว้” กล่าวถึงบุคคลที่ไม่มีสัจจะในคำพูด ชอบพูดจาให้สัญญากับบุคคลอื่นไว้มาก เพื่อต้องการที่จะใช้ประโยชน์จากผู้อื่น บุคคลจำพวกนี้มักไม่ให้ความสำคัญกับสิ่งที่ตนเองเคยพูดไว้
ควันไฟไผห่อบ่กุ้ม ศัพท์ บ่กุ้ม หมายถึง ไม่ทั่วถึง “ควันไฟ ไม่มีใครที่จะไปห่อหุ้มให้มิดชิด” ย่อมที่จะล่องลอยออกมาให้เห็น เปรียบเทียบกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นแม้จะพยายามปกปิดให้เป็นความลับมากเพียงใด ในที่สุดเรื่องราวความลับนั้นย่อมถูกเปิดเผยออกมาในที่สุด
ใคร่หื้อเปิ้นฮักยากนักจักหวัง ใครหื้อเหิ้นจังกำเดียวก็ได้ ศัพท์ จัง หมายถึง เกลียด ชัง กำเดียว หมายถึง ประเดี๋ยวเดียว “อยากให้คนอื่นรักยากมากที่จะหวังให้เขารักได้ อยากให้คนอื่นเกลียดชัง เดี๋ยวเดียวก็ได้” การที่จะทำให้คนอื่นมารักเรานั้นทำได้ยาก ต้องอาศัยเวลา และความพยายาม ความอดทน แต่การทำให้คนอื่นเกลียดนั้น เพียงแค่ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพียงเล็กน้อยที่ขัดใจเพียงเล็กน้อยก็ทำให้คนอื่นเกลียดเราได้
ต๋ามีหน้าผ่อหน้าบ่หัน ศัพท์ ผ่อ หมายถึง มอง ดู บ่หัน หมายถึง ไม่เห็น “ตามีที่หน้า แต่มองหน้าตนเองไม่เห็น” กล่าวถึง บุคคลที่ชอบจับผิดบุคคลอื่นอยู่เสมอ กล่าวหา หรือนินทา ให้ผู้อื่นเสื่อมเสีย โดยที่ไม่มองดูตนเอง เรื่องราวหรือความผิดต่าง ๆ ที่ตนเองได้กระทำซึ่งมีมากมายนัก อาจจะมากกว่าบุคคลที่ตนเองกล่าวถึงก็ได้
ตุ๊มผ้าลายหมาเห่า ค้นกำเก่าจ้างผิดกั๋น ศัพท์ ตุ๊มผ้า หมายถึง ห่มผ้า กำเก่า หมายถึง คำพูดเดิม เรื่องราวเดิม สุภาษิตที่ใช้สอนบุคคลอื่นไม่ให้พูดในสิ่งที่ผ่านมาแล้วในอดีต เพราะไม่มีประโยชน์ที่จะต้องรื้อฟื้นมาพูดกันอีก อาจเกิดการทะเลาะวิวาทกันได้
ปากว่าบ่ดายใจ๊ก๋ารบ่ได้ ศัพท์ บ่ดาย หมายถึง เท่านั้น “พูดได้แต่ไม่สามารถทำได้” เป็นสุภาษิตที่เปรียบกับคนที่ดีแต่พูด แต่ไม่สามารถทำให้สิ่งที่พูดเป็นความจริงขึ้นได้
ปากได้ไปเปลื๋อง ศัพท์ ปากได้ หมายถึง พูดเก่ง พูดมาก การพูดมากจนเกินไป เป็นสุภาษิตที่กล่าวถึง คนที่พูกเก่ง พูดคล่อง สามารถใช้คำพูดแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น กับตัวเองจากเหตุการณ์ที่ไม่ดีให้กลายเป็นดีได้ บุคคลประเภทนี้จะมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีสามารถเข้ากับคนได้ทุกประเภท
แมวขึ้นค่วน บ่ม่วนใจ๋หนู ศัพท์ ขึ้นค่วน หมายถึง ขึ้นบนเพดาน บ่ม่วน หมายถึง ไม่ถูกใจ แมวขึ้นไปบนเพดาน หนูที่อาศัยอยู่นั้นต้องไม่พอใจ เปรียบกับผู้ใหญ่เข้าร่วมกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งที่จัดขึ้นสำหรับผู้น้อย ย่อมเป็นที่อึดอัดใจของบุคคลเหล่านั้น ทำให้เกิดความเกรงใจ และรู้สึก ไม่สนุกกับกิจกรรมที่จัดขึ้น
ไม้สอดต๋าก๋วย ศัพท์ ก๋วย หมายถึง ตระกร้า เครื่องสานสำหรับบรรจุสิ่งของหลายชนิด หลายขนาด คนที่ทำผิดย่อมถูกตำหนิ เหมือนกับไม้ที่สอดตาตะกร้าที่สอดตาใดก็สามารถเข้าได้หมด
แลกต๋ามแลกได้แจ้กก้นปุด ศัพท์ แจ้ก หมายถึง ภาชนะสานรูปสอบ สำหรับใส่สิ่งของ ใช้ห้อยแบกหลัง ปุด หมายถึง ขาด “ถ้าแลกเปลี่ยนสิ่งของไปเรื่อย ๆ มักจะได้แจ้กก้นขาด” เป็นสุภาษิตที่กล่าวถึง ความไม่พอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่ ชอบแลกเปลี่ยนสิ่งของกับบุคคลอื่นเรื่อย ๆ จนในที่สุดมักจะได้สิ่งที่ไม่ดีมาเป็นของตน
อย่าควักเอาแก่นต๋าออก แล้วเอาแก่นบ่ากอกเข้ายัด ศัพท์ แก่นต๋า หมายถึง ดวงตา แก่นบ่ากอก หมายถึง แกนหรือเม็ดของมะกอก “ไม่ควรควักเอาดวงตาออกแล้วเอาลูกมะกอกดันเข้าใส่” เป็นการสอนบุคคลมิให้ทิ้งสิ่งดีๆ ที่มีอยู่ เพื่อที่จะรับเอาสิ่งใหม่โดยสำคัญผิดเห็นว่ามันมีคุณค่า และทิ้งของเดิมที่มีคุณค่ายิ่งกว่า
อ้าปากบ่หลมเข็ม ศัพท์ หลม หมายถึง หลวม “อ้าปากได้นิดเดียวเท่านั้น” เป็นสุภาษิตกล่าวถึงคนที่มีปากแล้วพูดไม่ออก เพราะเมื่อพูดออกไปจะมีผลทำให้เกิดความเดือดร้อนหรือเป็นอันตรายได้ ตรงกับสุภาษิตภาคกลางว่า “น้ำท่วมปาก”
หางหมาลอดรั้ว ถุดถู้ถุดถุน คนเนรคุณ ร้ายหลังดีหน้า (คนเนรคุณมักหน้าไหว้หลังหลอก)หน้าซื่อเหมือนหมาขี่รถ หน้าชดเหมือนหมาขี่ล้อ (–คางคกขึ้นวอ)
มดง่ามมักมันหมู สัตรูมักกล่าวโทษ โปรดฅนทุกข์ช่างลืมคุณ (คนจนมักลืมคุณของคนอื่น)
เว้นงัวเว้นฅวายเว้นหื้อพอสอก เว้นวอกหื้อเว้นพอวา เว้นฅนพาลาหื้อพอแสนโยชน์ (ผิดใจกันก็อย่าได้ผูกเวรพยาบาท
น้ำมันบ่เตมต้น มันทึงดัง(คนโทที่น้ำไม่เต็มนั้น เมื่อเขย่าจะมีเสียงดัง, คนรู้ไม่พูด คนพูดไม่รู้)
ไม้ต้นเดียวบ่เปนกอ ปอต้นเดียวบ่เปนเหล่า (มีปอต้นเดียวจะเป็นป่าไปไม่ได้) (ควรสามัคคีกัน)
ใคร่เปนเจ้าหื้อหมั่นเรียนคุณ ใคร่เปนขุนหื้อหมั่นเข้าเฝ้า (วิชาความรู้)
ใคร่กินเข้าหื้อหมั่นไพโท่งไพนา ใคร่เปนเสฏฐีหื้อหมั่นค้า ใคร่เปนขี้ข้า หื้อหมั่นเหล้นภ้ายหลังหลาย (เล่นไพ่) ใคร่ตายโหง หื้อหมั่นนอนเมื่อวัน (นอนตอนกลางวัน)
ใคร่เวิยหื้อคลาน ใคร่นานหื้อต่อ (ไว) (อยากให้ยาวนานก็ให้ต่อ-ไมตรี)
ใคร่นั่งแท่นม่อ ค็หื้ออด (อยากนั่งแท่นเสวยเมืองโดยง่าย ก็ให้มีความอดทน)
เมื่อรู้ค็พอวาย เมื่ออายค็พอเถ้า เมื่อรู้คำพระเจ้าค็พอเข้าอยู่ในหล้อง (กว่าจะรู้ก็สาย กว่าจะอายก็แก่ กว่าจะรู้ธรรมของพระพุทธเจ้าก็เมื่อเข้าโลง)
ฅนหมั่นยากไร้ มีฅนสงสาร ขี้คร้านแอวยาน ใผบ่ผ่อหน้า (ขี้เกียจเอวยาว,หลังยาว ไม่มีคนใส่ใจ)
หนังแห้งบ่เคยพอง (คนตกยากมานาน พอได้ดีมักจะลืมตัว)
อู้หื้อเพิ่นรัก ยากนักจักหวัง อู้หื้อเพิ่นชัง คำเดียวค็ได้ (พูดให้คนรักนั้นทำได้ยาก พูดให้คนชังทำได้ง่าย)
ค่อยอยู่ไพตามน้ำ ทำไพตามตัว น้ำเพียงใด ดอกบัวเพียงอั้น (ทำสิ่งใดก็ให้พอควรแก่ฐานะ)
ยามเปนดีมีเก้าป้าสิบป้า เสื้อปุดหลังขาดหน้า ป้าฅนเดียวค็หาย (มั่งมีก็มีญาติ พอผ้าขาด<ยากจน>ญาติก็หาย)
ลูกใพ้กับแม่ผัว เหมือนดุ้นหลัวกับไม้ก้อม (ลูกสะใภ้ เหมือนฟืนกับท่อนไม้-กระแทกกันเสมอ)
อย่าไพกินก่อนทาน อย่าไพมานก่อนแต่ง (อย่ากินก่อนทำบุญ อย่ามีท้องก่อนแต่งงาน)
กินเข้าแล้วนอน ผีปันพอรวันละเจ็ดเทื่อ (กินข้าวมื้อเย็นแล้วนอน ผีอวยพรวันละเจ็ดครั้ง)
เมื่อรู้ค็พอวาย เมื่ออายค็พอเฒ่า เมื่อรู้คำพระเจ้าค็พอเข้าอยู่ในหล้อง (กว่าจะรู้ก็สาย กว่าจะอายก็แก่ กว่าจะรู้ธรรมของพระพุทธเจ้าก็เมื่อเข้าโลง)
คนหมั่นยากไร้ มีฅนสงสาร ขี้คร้านแอวยาน ใผบ่ผ่อหน้า(ขี้เกียจเอวยาว,หลังยาว ไม่มีคนใส่ใจ)
หนังแห้งบ่เคยพอง(คนตกยากมานาน พอได้ดีมักจะลืมตัว)
อู้หื้อเพิ่นรัก ยากนักจักหวัง อู้หื้อเพิ่นชัง คำเดียวค็ได้ (พูดให้คนรักนั้นทำได้ยาก พูดให้คนชังทำได้ง่าย)
ค่อยอยู่ไพตามน้ำ ทำไพตามตัว น้ำเพียงใด ดอกบัวเพียงอั้น (ทำสิ่งใดก็ให้พอควรแก่ฐานะ)

สุภาษิตที่สอนเฉพาะเพศชาย

กันเข้าวัดหื้ออู้คำปราชญ์ กันเข้ากาดหื้อเป็นพ่อค้า
กันเป็นผู้ชายอย่าฟังคำส่อ กันเป็นพ่ออย่าหลงคำแม่น้า
คนชาย ถ้าหมั่นแล้ว บ่แคล้วแพ้ใจสาว
จะเอาเมีย อย่างกลัวการ เป็นทหารอย่ากลัวศึก
ผู้ชายจะยังเป็นลูก จนถึงวันที่มีเมีย
หญ้าเป็นข้าควาย ผู้ชายเป็นข้าหญิง

สุภาษิตที่สอนเฉพาะเพศหญิง

ผ่อชายมีผญา หื้อผ่อเมื่อยามกินเหล้า
จะมีผัวอย่ากลัวมีท้อง
มีผัวมีลูก เหมือนเชือกผูกมัดแข้ง มัดขา
มีผัวมีลูก มีโซ่ผูกพันชั่วชีวิต
หญิงเดือน หญิงด่า หื้อพิจารณาถี่ ๆ
เป็นสาว เปิ้นช่างว่าร้าย เป็นแม่ร้างแม่ม่ายเปิ้นช่างดูแคลน

สุภาษิตที่สอนทั้งชาย หญิง

หญิงเยียะการสบาย ชายเยียะการหลายแท้นอ
หญิงเป็นเสาเรือนเอก ชายเอกเขนกสั่งการ
หญิงรักที่น้ำใจ ชายรักที่หุ่นร่าง
หญิงรักแล้ว ตึงรักหลาย ๆ ชายรักที่หุ่นร่าง
หญิงลุกเช้า ชายลุกขวาย สองตายายอยู่กันจนเฒ่า
ถ้าผัวว่าแล้ว เมียแก้วอย่าเกิน ถ้าผัวทำเพลิน เมียต้องว่าห้าม
หญิงเป็นผู้จ่าย ชายเป็นผู้ริ
ผัวเป็นหิง เมียเป็นข้อง ตีกลองทิงมอง ม่วนล้ำ

ตุ๊กสุดๆ จะไปหื้อปะ ( สิ่งทรมานสุดๆ อย่าให้ได้เจอกับตัว )

1. ก้างปักเหงียก ก้างปลาปักเหงือก
2. เกียกขบตี๋น รองเท้ากัด
3. จิ้นขำเขี้ยว เศษเนื้อติดฟัน
4. ไค่ขี้ไค่เยี่ยวบนรถ ปวดอึปวดฉี่บนรถ
5. มดขบต๋า มดกัดตา
6. ขาเป็นตะคริว ขาเป็นตะคริว
7. สิวออกในฮุดัง สิวออกในจมูก
8. คันหลังเก๋าบ่สุด คันหลังเกาไม่ถึง
9. มุดฮั้วลวดหนาม มุดรั้วลวดหนาม
10 .จ๋ามในห้องแอร์ จามในห้องแอร์
11. เหม็นขี้แฮ้ในลิฟท์ เหม็นกลิ่นเต่า ในลิฟท์
12. รูดซิบติดหำ รูปซิปติดไข่…
13. ยกจ๋ำขึ้นบะได้ อันนี้แปลไม่ออก
14. ไค่ให้ไค่หุย อยากร้องอยากตะโกน
15. โดนหละกุยยอกแก่นต๋า โดนหมัดที่ลูกกะตา
16. เซาะหาผัวบะเจอ ตามหาสามีไม่เจอ
17. เมียเผลอเซาะมีกิ๊ก เมียเผลอหากิ๊ก
18. ต๋ำน้ำพริกปอบะแหลว ตำน้ำพริกไม่ละเอียด
19. อู้หยั่งแม้วหยั่งกับยาง พูดไม่ชัดเหมือนแม้วเหมือนยาง
20. ขางผัวอยู่ตึงวัน หวงสามีทั้งวัน
21. อันนั้นสั้นล้ำไป อันนั้นสั้นเกินไป
22. มีไข่แก่นเดียว มีไข่ข้างเดียว (อิอิ ทองแดง)
23. บ่าเสียวมีเซ็กซ์ ไม่เสียวเวลามี…….
24. ต๋าเก๊กสองข้าง ตาเข๋ (เหล่) สองข้าง
25. ป๋ายกางเป๋นฝี ปลายคางเป็นฝี
26. ป๋าย…เป๋นตุ่ม ปลาย……เป็นตุ่ม
27. ตุ้ยอุ้มลุ้มอุ้บ่าฉ๊ะ อ้วนกลมพูดไม่คล่อง
28. เมียละผัวหนี เมียทิ้งผัวหนี
29. ทีวีโดนลัก โทรทัศน์โดนขโมย
30. ผีตั๊กต๋อนค่ำ ผีทักทายตอนดึก
31. มดง่ามขบจู๋ มดตะนอยกัดน้อง….
32. หูเป๋นน้ำหนวก หูเป็นน้ำหนวก
33. เมียสวกตบหงีบ เมียดุ ตบทัดดอกไม้
34. ผัวถีบตกรถ สามีถีบตกรถ
35. เก็บกดแม่เมียด่า เก็บกด แม่เมียด่า
36. ขี้หมาติ๊ดเกิบ ขี้หมาติดรองเท้า
37. ต่าวอวบเติ๊บเปิ๊บก๋างห้าง เดินสะดุดกลางห้าง
38. อารมณ์ค้างผัวเสร็จเวอย อารมณ์ค้างสามี นกกระจอก
39. เมื่อยไข้ทับระดู เป็นไข้ ทับระดู
40. ฮู บ่กระชับ พูดมาก ไม่กระชับ
41. โดนยับใบขับขี่ โดนจับยึดใบขับขี่
42. ไค่ขี้ต๋อนกิ๋นเข้า ปวดท้องหนัก ตอนกินข้าว
43. ฮักเมาแม่เฮือนหนุ่ม แอบชอบเมียชาวบ้าน
44. ไอ่ลุ่มบ่อไค่แข็งแรง น้องไม่สู้
45. เหม็นแมงแกงติดหัว เหม็นแมลงเหม็น ติดหัว ติดผม
46. ผัวบะนอนตวย สามีไม่นอนด้วย
47. ซื้อหวยก่อบะถูก ซื้อล๊อตตาลี่ ก็ไม่ถูก
48. ขี้มูกกาฮุดัง ขี้มูกติดจมูก
49. เป๋นสังคังติดเก๊าขา เป็นสังคังที่หว่างขา
50. สาบขี้หมาในรถ กลิ่นขี้หมาในรถ

ต้นฉบับจาก
http://www.kasetsomboon.org/oldweb/index.php/en/web-board/article/culture-a-tradition/288-2009-08-08-08-20-24.html