สถานที่ท่องเที่ยวบ้านทาสบเส้า

ข้อมูลจากเว็บ เทศบาลตำบลทาสบเส้า

พิพิธภัณฑ์ภูมิปัญญาชาวบ้าน อ.แม่ทา
     พิพิธภัณฑ์ชาวบ้านโรงเรียนแม่ทาวิทยาคม เริ่มก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.๒๕๓๐ โดยอาจารย์สุพรรธน์ เตชะโสด  โดยมีแรงบันดาลใจในการเก็บรวบรวมสิ่งของเพื่อทำพิพิธภัณฑ์ว่าเมื่อกว่า ๒๐ ปีที่เห็นการเข้ามากว้านซื้อโบราณวัตถุ และข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ในหมู่บ้าน ในราคาถูก เช่น คันไถอันละ ๒๐ บาท แอกไถนาอันละ ๕ บาท จึงคิดว่าถ้าไม่เก็บข้าวของเหล่านี้ไว้บ้าง ลูกหลานคงจะไม่ได้เห็นข้าวของเหล่านี้อีกต่อไป อาจารย์ได้เริ่มสะสมของโดยการไปขอจากญาติพี่น้องบ้าง ซื้อหามาเองบ้าง รวมถึงขอความร่วมมือและรับบริจาคจากนักเรียนผู้ปกครองและชาวบ้าน โดยครั้งแรกนี้ได้ข้าวของมามากมายถึง ๓๐๐ ชิ้น จากนั้นมีผู้มาเยี่ยมชมและบริจาควัตถุหรือของเก่าแก่โรงเรียนเรื่อยๆ อาทิ ในปี ๒๕๓๗ เจ้าสิงห์ไชย ณ ลำพูน ได้มาชมและชื่นชอบการทำงานพิพิธภัณฑ์ของโรงเรียน จึงได้มอบทุนจำนวนหนึ่งและบริจาคข้าวของๆ ท่านให้กับโรงเรียนเพื่อพัฒนาพิพิธภัณฑ์ต่อไป
ภายในพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงข้าวของหลากหลาย อาทิ เงินตรา พระเครื่อง ปั๊บสา ภาพเก่า เครื่องเขิน เครื่องจักรสาน ใช้ทองเหลือง อาวุธโบราณ ของเครื่องเล่นเด็ก ตะเกียง เครื่องมือชั่งตวงวัด อุปกรณ์ทำนา ทอผ้า เครื่ เปองมือช่างไม้ เครื่องดนตรีพื้นเมือง ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีของหาชมยาก เช่น เรือขุดจากไม้สักทั้งต้น กว้างเกือบ ๑ เมตร ยาวกว่า ๔ เมตร ซึ่งเจ้าสิงห์ไชย ณ ลำพูน บริจาคให้ นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือดักจับสัตว์น้ำ ซึ่งเป็นวิถีของคนแม่ทาที่อาศัยและหากินอยู่ริมสองฝั่งน้ำแม่ทา ซึ่งปัจจุบันเครื่องมือเหล่านี้แทบจะไม่หลงเหลือให้ดูอีกแล้ว
พิพิธภัณฑ์ภูมิปัญญาชาวบ้านโรงเรียนแม่ทาวิทยาคม จัดแสดงอยู่ภายเครื่องในอาคารไม้อายุกว่า ๕๐ ปี เปิดให้เข้าชมทุกวันในเวลาราชการ ตั้งแต่ ๐๘.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. โทรศัพท์ ๐๘๗-๑๘๒๕๔๐๐ สำหรับผู้ที่สนใจเรื่องราวในอดีตและอยากร่วมเดินทางเข้าไปค้นหาคุณค่าแห่ง วิถีชีวิตสังคมเกษตรกรรมของคนลุ่มน้ำแม่ทา พิพิธภัณฑ์ภูมิปัญญาชาวบ้านแห่งนี้อาจเป็นพิพิธภัณฑ์เดียวที่จัดแสดงเรื่อง ราวสิ่งของเครื่องใช้ไว้อย่างสมบูรณ์ที่สุดก็ว่าได้

เรือโบราณ วัดดอยสารภี
     เป็นซากเรือโบราณ ที่ขุดค้นพบโดยชาวบ้าน บ้านดอยสารภีเมื่อ 12 มกราคม 2551 ได้นำไปเก็บรักษาไว้ที่วัดดอยสารภี หมู่ที่ 7 บ้านดอยสารภี ตำบลทาสบเส้า อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน ผู้เชี่ยวชาญจากกรมอู่ทหารเรือได้ตรวจพิสูจน์และสันนิษฐานว่าเป็นเรือโบราณ ที่สร้างขึ้นในภาคกลางบริเวณตั้งแต่จังหวัดกำแพงเพชรลงมา ตัวเรือทำด้วยไม้ตะเคียนทองขนาดใหญ่เป็นเรือที่สร้างเพื่อใช้ในภารกิจที่ ต้องใช้ความเร็วในการเดินทางสูง และบรรจุฝีพายจำนวนมาก ลักษณะคล้ายเรือแซงซึ่งเป็นเรือพระราชพิธี เมื่อเข้ากระบวน พยุหยาตราชลมารค จะทำหน้าที่เป็นเรือกันประตูหลังไม่ให้ข้าศึกเข้าถึงเรือ พระที่นั่งทางด้านท้ายกระบวน สามารถระบุได้ว่า เรือโบราณมีอายุระหว่าง 200 – 500 ปี
ย้อนหลังไปในอดีต  วิถีชีวิตของบรรพชนไทยล้วนผูกพันกลมกลืนอยู่กับสายน้ำ  ทั้งการตั้งถิ่นฐานดำรงชีพอยู่ริมฝั่ง  และการสัญจรเดินทางโดยใช้เรือเป็นพาหนะสำคัญ คนไทยแต่โบราณจึงรู้จักคุ้นเคยเกี่ยวข้องกับเรือ  และประจักษ์ในคุณค่าอันอเนกอนันต์ของสิ่งที่เปรียบประหนึ่งการเชื่อมโยง วิถีชีวิตเข้ากับธรรมชาติแวดล้อมควบคู่ไปกับการเรียนรู้ศิลปะวิทยาการในการ ซ่อมสร้างเรือ  ซึ่งจะต้องดำรงอยู่และรักษาไว้เป็นมรดกแก่ลูกหลานสืบมา เรือโบราณทุกประเภทแม้ยังหลงเหลืออยู่เพียงซาก แต่นับเป็นมรดกอันทรงคุณค่า ก่อให้เกิดการศึกษาเรียนรู้ถึงอารยธรรม และรากเหง้าของบรรพชน ซากเรือโบราณอายุหลายร้อยปีที่พบบริเวณแม่น้ำทา เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการสืบทอดการเรียนรู้อารยธรรม

ภาพของการนำซากเรือโบราณขึ้นจากบริเวณที่ฝังตัวอยู่นานกว่าพันปี  ด้วยความมุ่งมั่นของชาวบ้านโดยเฉพาะในช่วงของการเคลื่อนย้ายโดยใช้เกวียน เป็นพาหนะนำเรือออกจากลำน้ำทา  และใช้แรงคนในการขับเคลื่อนเพื่อนำไปเก็บรักษาไว้ที่วัดดอยสารภี  นับเป็นปรากฎการณ์อันยิ่งใหญ่ที่หาได้ยากยิ่งในปัจจุบัน  การพบซากเรือโบราณ ณ บ้านดอยสารภี หมู่ที่ 7 ต.ทาสบเส้า อ.แม่ทา จ.ลำพูน จึงไม่เพียงแต่จะเป็นการค้นพบหลักฐานทางอารยธรรม และโบราณคดีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น  หากแต่การศึกษาวิเคราะห์เรื่องราวที่เกี่ยวข้องทั้งด้วยกระบวนการทางวิทยา ศาสตร์ และความเชี่ยวชาญเฉพาะทางของเจ้าหน้าที่ต่างหน่วยงานในแต่ละสาขารวมทั้ง “สำนึก” ของผู้คนในชุมชนท้องถิ่น ยังเป็นตัวอย่างอันชัดเจน และงดงามที่แสดงให้เห็นว่า ความสมานฉันท์สามัคคี ตลอดจนมิตรไมตรีที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงานร่วมกันของคนไทย  มิได้เหือดหายไป และสิ่งที่ดำรงคงอยู่ในหัวใจของทุกคนเสมอมา  ก็คือความหวงแหน และภาคภูมิใจในมรดกโบราณอันล้ำค่า  ซึ่งแม้บางสิ่งอาจจะหลงเหลือเพียงรอยซากแต่เรื่องราวอันทรงคุณค่ายังคงรอ คอยการค้นพบจากอนุชนไทยอยู่เสมอ

สมเด็จพระพุทธามหาชัย
      เนื่องจากคณะสงฆ์อำเภอแม่ทาพร้อมด้วยข้าราชการสมาชิกสภาจังหวัด ครู กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน  ประชาชนอำเภอแม่ทา และผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลายได้มีความเห็นพ้องต้องกันว่าควรจะร่วมกันทำการก่อสร้างพระพุทธรูปประจำอำเภอแม่ทาขึ้น เพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจและเป็นจุดร่วมเพื่อสร้างความสามัคคีให้ประชาชนชาวอำเภอแม่ทา  อยู่ร่วมกันด้วยความสงบสุขและมีความ อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ  ป้องกันภัยพิบัติทั้งปวงและเป็นมงคลแก่ผู้ที่มาสักการะบูชากราบไหว้
โดยให้ประดิษฐ์สถานอยู่บนเขาหลังที่ว่าการอำเภอแม่ทา  ข้างถนนซุปเปอร์ไฮเวย์  สายเชียงใหม่ – ลำปาง ตรงสามแยกถนนสายแม่ทา – ท่าจักร  ซึ่งเป็นสถานที่เหมาะสมของอำเภอแม่ทาให้ผู้ที่ขับขี่ยวดยานบนถนนสายนี้จะ ได้ไม่ประมาท  ดังพุทธสุภาษิตที่ว่า  “อะปะมาโท มัจจุโน  ปะทัง” เป็นการป้องกันอุบัติเหตุและอันตรายเป็นการป้องกันความปลอดภัยให้แก่ผู้ผ่าน ไปผ่านมาได้พบเห็นและกราบไหว้บูชาของพุทธศาสนิกชน  ได้ขอให้อาจารย์ประยูร  สุขพัฒน์  และอาจารย์องอาจ  รัมรทวิทยาวิทย์  เป็นผู้ออกแบบพระพุทธรูปปางห้ามสมุทร  สมัยเชียงแสน  และพระครูศรีธรรมนิเทศน์  แห่งวัดสันป่าข่อย  จังหวัดเชียงใหม่  ได้ตั้งนามพระพุทธรูปองค์นี้ว่า “สมเด็จพระพุทธามหาชัย”  แปลว่าผู้ให้ชัยชนะอันใหญ่หลวงแก่ผู้มากราบไหว้บูชา  โดยกำหนดให้พระพุทธรูปองค์นี้สูง    9    ศอก    ประทับยืนหัน    พระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก ด้านถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ ในระหว่างวันที่   14 – 16 มกราคม 2515  ได้ทำพิธีเข้ากรรมรุกขมูลวางศิลาฤกษ์  ทำพิธีทางศาสนาตามประเพณีของล้านนาไทย  ได้เริ่มลงมือก่อสร้างตั้งแต่วันที่    16  มกราคม  พ.ศ.2515  เป็นต้นมาโดยนายแก้ว ปัญญากาศและคณะเป็นช่างก่อสร้างพระพุทธรูปและมอบให้ นายชุมพล  ตันไชย  ช่างอำเภอแม่ทามาตกแต่งเสร็จเรียบร้อยเมื่อวันที่  2  เมษายน  2517  ทางอำเภอแม่ทาจึงได้ให้สถานที่ดังกล่าวเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจประจำ อำเภอแม่ทาต่อไป  โดยค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างพระพุทธรูปและสถานที่ดังกล่าว  ได้รับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลาย  จำนวน  85,265.25  บาท  (แปดหมื่นห้าพันสองร้อยหกสิบห้าบาทยี่สิบห้าสตางค์) ไม่ได้ใช้งบประมาณของทางราชการแต่อย่างใด  คณะกรรมการก่อสร้างกำหนดให้มีพิธีฉลองสมโภชน์เป็นประจำทุกปี

“สมเด็จพระพุทธามหาชัย”  แปลว่าผู้ให้ชัยชนะอันใหญ่หลวงแก่ผู้มากราบไหว้บูชา  เป็นพระพุทธรูปประจำอำเภอแม่ทา ปางห้ามสมุทร สมัยเชียงแสน  สูง  9  ศอก  ประทับยืนหันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก ด้านถนนซุปเปอร์ไฮเวย์  เป็นการป้องกันอุบัติเหตุและอันตรายให้แก่ผู้ผ่านไปมาได้พบเห็นและกราบไหว้ บูชา สร้างเสร็จ เมื่อวันที่  2  เมษายน  2517   เป็นพุทธสถานที่ประชาชนชาวแม่ทาเคารพสักการะบูชา เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจอยู่ร่วมกันด้วยความสงบสุขและมีความอุดมสมบูรณ์ ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ  ป้องกันภัยพิบัติทั้งปวงและเป็นมงคลแก่ผู้ที่มาสักการะบูชากราบไหว้ ตั้งอยู่ ณ วัดศรีบุญเรือง  หมู่ที่  8   บ้านดอนชัย ตำบลทาสบเส้า  อำเภอแม่ทา  จังหวัดลำพูน   ในเดือน 6 เป็ง  เทศบาลตำบลทาสบเส้าได้จัดให้มีงานประเพณีสรงน้ำสมเด็จพระพุทธามหาชัย  และมีงานฉลองสมโภชน์เป็นประจำทุกปี ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 (เดือนหกเป็ง) ซึ่งในงานจะมีขบวนประชาชนทุกหมู่บ้านมาร่วมตั้งขบวนแห่เครื่องสักการะ เดินขึ้นสู่บริเวณลานพุทธามหาชัย เพื่อประกอบพิธีทางศาสนา และร่วมกันสรงน้ำพระพุทธามหาชัยเพื่อความเป็นสิริมงคล