วันพระ วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม 2559 แรม ๑๕ ค่ำ เดือนสิบ(๑๐) ปีวอก

วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม 2559 แรม ๑๕ ค่ำ เดือนสิบ(๑๐) ปีวอก
damha12
บ่ะดีฮู้ก่อนหมอ บ่ะดีซอก่อนปี่
คืออย่าถือดี อย่าอวดรู้ จังหวะเวลา กาลเทศะ
เป็นสิ่งสำคัญ จะพูดจะทำอะไรให้คิดให้มีสติไตร่ตรอง
ชีวิตจะดีจะเจริญ ถ้าไม่ทำ ไม่พูด ผิดที่ ผิดกาละ จะได้
รับการสนับสนุนจะเป็นที่รัก เมื่อทำเมื่อพูดอย่างมีสติ

วันพระ วันเสาร์ที่ 24 กันยายน 2559 แรม ๘ ค่ำ เดือนสิบ(๑๐) ปีวอก

วันพระ วันเสาร์ที่ 24 กันยายน 2559 แรม ๘ ค่ำ เดือนสิบ(๑๐) ปีวอก
damha11
อย่าเป็นคนที่ฟัง แต่ไม่ได้ยิน
อย่าเป็นคนที่ดู แต่มองไม่เห็น
คือฟังแล้วให้ได้ยิน ให้มีสติ ให้เข้าใจ ให้แก้ไขสิ่งผิด และรักษาสิ่งที่ถูกต้อง
คือดูแล้วให้ได้เห็น ให้มีสติ ให้เข้าใจ ให้แก้ไขสิ่งผิด และรักษาสิ่งที่ถูกต้อง
คืออย่าทำผิดซ้ำซาก อย่าแก้ตัวซ้ำซาก ได้ยินแล้ว รู้แล้ว เห็นแล้ว ก็จงมีสติ
ยั้งคิด อดทนต่อกิเลส ความเกียจคร้าน ความไม่ถูกต้องต่าง ๆ ชีวิตจะไม่เจริญเลย ความสุขสงบจะไม่บังเกิด ลาภยศสรรเสริญก็อย่าได้หวัง หากยัง
คงฟังแล้วไม่ได้ยินอยู่แบบนี้

ประเพณีสารทเดือนสิบหรือสิบสองเป็ง

ประเพณีสารทเดือนสิบหรือสิบสองเป็ง เกิดขึ้นตามพระพุทธานุญาตของพระพุทธองค์ และด้วยเหตุผลในทำนองเดียวกันกับที่ชาวอินเดียมีประเพณีเปรตพลี เพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูต่อบุพการีนั่นเอง อันที่จริงความเชื่อในเรื่องของการเคารพบูชาบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วนี้ จะเป็นความเชื่อที่มีอยู่โดยทั่วไปแทบทุกชาติทุกภาษา เช่นสังคมไทยก็เชื่อเช่นนี้ เช่น การเซ่นไหว้ผีเหย้าผีเรือนหรือผีปู่ย่าตายายที่เรากระทำกันมาแต่โบราณ ก็เป็นความเชื่อในทำนองเดียวกันกับพราหมณ์ต่างกันเพียงว่า ผีปู่ย่าตายายของไทยเรานั้น มักจะอยู่ประจำตามหมู่บ้านเรือนของลูกหลาน

ซึ่งในปีนี้ตรงกับ วันศุกร์ ที่ ๑๖ เดือนกันยายน ๒๕๕๙ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ (เหนือ) เป็นประเพณีที่ชาวล้านนาปฏิบัติกันมาหลายชั่วอายุคน มีความเชื่อว่าในโลกของนรกภูมิ ได้มีการปลดปล่อยเหล่าวิญญาณ ผีเปรตต่างๆ เพื่อมาขอรับส่วนบุญส่วนกุศล ดังนั้นจึงเป็นการปฏิบัติประเพณีด้วยความกตัญญู ต้องการให้บุคคลผู้เป็นที่รักพบกับความสุขในปรโลก จึงได้ทำกันสืบๆ มา
*ขอบคุณข้อมูลจาก
http://horoscope.sanook.com/105113/

วันศุกร์ที่ 16 กันยายน 2559 ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนสิบ(๑๐) ปีวอก

01damhaวันศุกร์ที่ 16 กันยายน 2559 ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนสิบ(๑๐) ปีวอก
ธรรมะล้านนาวันศีล
อยากมีโชคได้ลาภ แต่บ่อฮู้จักสละแบ่งปั๋น
ก่อเหมือน จ่อมเบ็ดบ่ะใส่เหยื่อ
จ้าดหน้าเมื่อตอนก็ตึงบ่ะได้
หลายท่านหลายคน อยากได้เหลือเกินกับโชคกับลาภลอยทั้งหลาย คอยแต่อิจฉาคนที่เค้ามีโชคมีลาภ มั่งมีเงินทอง แต่ไม่รู้จักดูว่าตัวเองนั้นทำอะไร
มีอะไร…. คนมั่งมีคือคนขยันขันแข็ง ประหยัดรู้จักอดออม คนที่มีโชคมีลาภลอยบ่อย ๆ นั้น อาจไม่ใช่คนมั่งมี แต่เป็นคนชอบเสียสละแบ่งปัน ไม่เบียดเบียนผู้อื่นและสรรพสัตว์ทั้งหลาย  ถ้าเป็นได้ทั้งคนขยันประหยัดและรู้จักเสียสละแบ่งปันด้วยแล้วก็จะเป็นได้ทั้งผู้มั่งมีเงินทองและโชคลาภมากมาย
การทำทานนั้นคือการรู้จักสละ ไม่ว่าจะเป็นวัตถุสิ่งของหรือแม้แต่ความรู้สึกโดยการให้อภัยและมีเมตตา เป็นธรรมชาติของโลกนี้ เมื่อปล่อยออกไปแล้วมือก็จะว่าง เมื่อเอาของออกไปแล้ว กระเป๋าก็จะว่าง พร้อมที่จะจับพร้อมที่จะรับเอาสิ่งใหม่ ๆ เข้ามาได้เสมอ ๆโชคลาภเงินทองนั้นมีอยู่ทั่วไป แต่อยู่ตัวเรานั้นจะพร้อมรับพร้อมหยิบจับได้หรือไม่ นั่นเอง สาธุ…
พระครูวีรกิจสถาพร เจ้าอาวาสวัดทาสบเส้า

วันนี้วันพระ วันศุกร์ที่ 9 กันยายน 2559 ขึ้น ๘ ค่ำ เดือนสิบ(๑๐) ปีวอก

วันศุกร์ที่ 9 กันยายน 2559 ขึ้น ๘ ค่ำ เดือนสิบ(๑๐) ปีวอก
damha10
พระพุทธพจน์
เย  นํ  ททนฺติ  สทฺธาย
วิปฺปสนฺเนน  เจตสา
ตเมว  อนฺนํ  ภชติ
อสฺมึ โลเก ปรมฺหิ จ
บุคคลเหล่าใดมีใจผ่องใส ย่อมให้ข้าวด้วยศรัทธา
บุคคลเหล่านั้นย่อมได้ข้าวนั้นเอง ทั้งโลกนี้และโลกหน้า
ตสฺมา วิเนยฺย มจฺเฉรํ
ทชฺชา ทานํ มลาภิภู
ปุญฺญานิ ปรโลกสฺมึ
ปติฏฺฐา  โหนฺติ  ปาณินํ
เพราะเหตุนั้นพึงเปลื้องความตระหนี่เสีย แล้วให้ทาน
บุญเท่านั้น เป็นที่พึ่งของสัตว์ในโลกหน้า
จาก เสรีสูตร สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ข้อ ๒๘๔